การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs

เป้าหมายที่ 5:
บรรลุความเท่าเทียมทางเพศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง
เป้าหมายที่ 16:
สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การดำเนินงานที่สำคัญปี 2568

  1. การคัดกรองและตรวจสอบคู่ค้าด้านสิทธิมนุษยชนว่ามีการดำเนินกิจการอย่างเป็นธรรมและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพนักงานและลูกจ้างของคู่ค้า พร้อมทั้งจัดทำจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติของคู่ค้า (Supplier Code of conduct) และเผยแพร่ให้คู่ค้าทราบ
  2. การอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนกับพนักงานทุกระดับ เพื่อความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมของบริษัท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568

  1. การไม่เลือกปฏิบัติและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการจ้างงาน ไม่เลือกปฏิบัติความแตกต่างทางกายภาพ อายุ เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ความพิการ ศาสนา สถานะทางสังคม เพศทางเลือก รสนิยมทางเพศ โดยบริษัทฯ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้พิการได้มีงานทำ จำนวน 113 คน
  2. ร้อยละ 100.00 ของพนักงานทุกระดับผ่านการอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด
  3. ในปี 2568 ไม่มีกรณีหรือข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงการต่อต้านการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติและการคุกคามหรือการล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการรวมกลุ่ม
ร้อยละ 100
ของพนักงานทุกระดับผ่านการอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
ร้อยละ 100
ของพนักงานทุกระดับผ่านการอบรมให้ความรู้นโยบายการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้พิการได้มีงานทำ
113 คน
ไม่มี
กรณีหรือข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกองค์กร โดยให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะเป็นไปด้วยความรอบคอบ ไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของบริษัท ช่องทางสื่อสารภายในบริษัท “Share Point” และการอบรมพนักงาน เพื่อทราบและนำไปปฏิบัติ

นโยบายสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน

ความหลากหลายทางเพศ

เพศ จำนวน (ราย) ร้อยละ
ชาย 7,058 57.19
หญิง 5,284 42.81

ความหลากหลายทางอายุ

ช่วงอายุ จำนวน (ราย) ร้อยละ
น้อยกว่า 30 ปี 4,869 39.45
ระหว่าง 30-50 ปี 6,790 55.02
มากกว่า 50 ปี 683 5.53

ความหลากหลายทางสัญชาติ

สัญชาติ พนักงานทั้งหมด (ร้อยละ) ผู้บริหารทั้งหมด (ร้อยละ)
ไทย 98.00 0.11
กัมพูชา 0.01 0.00
เมียนมา 1.89 0.00

ความหลากหลายทางเชื้อสาย/ชาติพันธุ์

เชื้อสาย/ชาติพันธุ์ จำนวน (ราย)
ไทย 12,063
ไทใหญ่ 23
ไทลื้อ 1
เมียนมา 225
กะเหรี่ยง 18
ลาหู่ 7
อาข่า 5

ความหลากหลายทางศาสนา

ศาสนา จำนวน (ราย) ร้อยละ
พุทธ 11,779 95.44
คริสต์ 27 0.22
อิสลาม 530 4.29
อื่นๆ 6 0.05
สัดส่วนของพนักงานหญิง ผลดำเนินงานปี 2568 (ร้อยละ) เป้าหมายปี 2568 (ร้อยละ)
สัดส่วนหญิงต่อพนักงานทั้งหมด 42.81 50
ผู้บริหารหญิงระดับปฏิบัติการต่อผู้บริหารทั้งหมด 68.49 40
ผู้บริหารหญิงระดับกลางต่อผู้บริหารทั้งหมด 63.88 45
ผู้บริหารหญิงที่อยู่ในหน่วยงานสร้างรายได้ให้แก่บริษัท 55.87 40
ผู้บริหารหญิงระดับผู้บริหารทั้งหมด 50 40

ตัวชี้วัดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศ

ตัวชี้วัด ความแตกต่างระหว่าง พนักงานหญิงชาย (ร้อยละ)
ช่องว่างของค่าจ้างเฉลี่ยระหว่างเพศ 16.05
ช่องว่างของค่าจ้างมัธยฐาน 4.00
ช่องว่างของค่าเฉลี่ยโบนัส 8.02
ช่องว่างของค่ามัธยฐานของโบนัส 8.48
ระดับพนักงาน ค่าเฉลี่ยรายได้พนักงานหญิง ค่าเฉลี่ยรายได้พนักงานชาย
ฐานเงินเดือนผู้บริหาร 3.47 1
ฐานเงินเดือนผู้บริหาร + รายได้อื่นๆ + โบนัส 2.11 1
ฐานเงินเดือนระดับผู้จัดการ 1.05 1
ฐานเงินเดือนระดับผู้จัดการ + รายได้อื่นๆ + โบนัส 1.04 1
ฐานเงินเดือนพนักงานทั่วไป 1.24 1
พนักงานประจำ
จำนวน 85 ราย
จ้างทำงานเป็นครู
โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด
ร้อยเอ็ด 3 ราย
ขอนแก่น 2 ราย
การสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
จำนวน 23 ราย
1
ความมุ่งมั่น
  • นโยบายสิทธิมนุษยชน
2
การประเมินผล
  • การระบุขอบเขตประเด็นสิทธิมนุษยชน
  • การประเมินระดับความเสี่ยง
  • การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชน
3
การบูรณาการ
  • การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
4
การติดตาม และรายงาน
  • ปรับปรุงแผนจัดการเพื่อรับมือกับผลกระทบและดำเนินการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ติดตามและประเมินผลมาตรการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • เปิดเผยข้อมูลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนต่อสาธารณชนเป็นประจำทุกปี
5
การเยียวยาและรับข้อร้องเรียน
  • การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหากเกิดกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • การจัดตั้งหน่วยงานผ่านกลไกรับเรื่องร้องเรียน

การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรือมีแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัท

Assessment of Actual and Potential Human Rights Impacts of Company Activities and Relationship

บริษัทกำหนดให้มีการระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Right Risk Assessment) และการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Right Impact Assessment : HRIA)

โดยการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมเฉพาะการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท ได้แก่ การปฏิบัติงานด้านสินค้า การปฏิบัติงานด้านการบริการ การปฏิบัติงานด้านการกระจายสินค้า การปฏิบัติงานด้านการดำเนินงานของสาขาและสำนักงาน และพิจารณากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่า เช่น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้ถือหุ้น และชุมชน เป็นต้น

การระบุขอบเขตประเด็นสิทธิมนุษยชน

สิทธิแรงงาน
  1. สภาพการจ้างงาน
  2. สภาพแวดล้อมในการทำงาน
  3. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยพนักงาน
  4. การไม่เลือกปฏิบัติ
  5. เสรีภาพในการสมาคมและเจรจาต่อรอง
  6. แรงงานบังคับ
  7. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลพนักงาน
สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  1. มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิต
  2. ความปลอดภัยในชุมชน
  3. การเข้าถึงแหล่งน้ำ
  4. การได้มาซึ่งที่ดิน
สิทธิผู้บริโภค
  1. สุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
  2. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า
  3. การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า

การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชน

บริษัทจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และความสัมพันธ์ทางธุรกิจอื่นๆของบริษัท โดยปี 2568 บริษัทมีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 6 ประเด็น ซึ่งเป็นผลจากการประเมินความเสี่ยงของกิจกรรม

กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนโดยใช้เมทริกซ์ 5x5 เพื่อกำหนดระดับความเสี่ยงของประเด็นสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาจาก 2 มิติ ได้แก่ ความรุนแรง และโอกาสการเกิด โดยแบ่งความเสี่ยงของประเด็นสิทธิมนุษยชนออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของประเด็นที่เสี่ยงสูง

ประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง มาตรการป้องกันลดผลกระทบ การบูรณาการการจัดการ
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า
  • นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการควบคุมดูแลและคุ้มครองข้อมูลให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
  • การรวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์และการขอความยินยอม
  • ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน และดำเนินการแก้ไขทันทีต่อข้อร้องเรียน
  • นโยบายบริษัท
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลพนักงาน
  • นโยบายบริษัท
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลคู่ค้า
  • นโยบายบริษัท
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
  • นโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • การวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย (JSA) และกำหนดมาตรการป้องกัน
  • คู่มือความปลอดภัย และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)
  • คณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ (คปอ.)
  • การอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยแก่พนักงานทุกคน
  • ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนสำหรับพนักงาน
  • นโยบายบริษัท
  • เป้าหมายการดำเนินการด้านความปลอดภัย
  • มาตรฐานการทำงานของแต่ละส่วนงาน
สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน
  • การปฏิบัติตามมาตรฐานของบริษัทด้านความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะ
  • การตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถ ยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ
  • ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนสำหรับชุมชน
  • นโยบายบริษัท
  • มาตรฐานการทำงานของบริษัท
สุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
  • ระบบการดำเนินงานคัดเลือกและตรวจสอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดและมีการทวนสอบเป็นประจำ
  • การการันตีสินค้า เปลี่ยน-คืนภายใน 30 วัน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนสำหรับผู้บริโภค
  • นโยบายบริษัท
  • มาตรฐานการทำงานของบริษัท

ผลการดำเนินงานในปี 2568

บริษัทฯ ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมการดำเนินงานและกิจกรรมทางธุกริจของบริษัท และมีมาตรการลดผลกระทบและกระบวนการแก้ไขในประเด็นที่มีความเสี่ยงสูงโดยในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีหรือคดีที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงประเด็นด้าน แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติและการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการรวมกลุ่ม สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน ความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน และด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ

เสรีภาพในการสมาคม

บริษัทฯ ส่งเสริมและให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการรวมกลุ่มของพนักงาน รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการและช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น ตู้แดง (Voice of employee), ระบบ Call Center, ศูนย์รับข้อร้องเรียนด้านต่างๆ โดยรวมถึงการเสนอแนะและแสดงความคิดเห็น ผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมของพนักงาน

บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการรวมกลุ่มและมีอำนาจในการต่อรองร่วมกันในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของพนักงานในการร่วมปรึกษาหารือ เสนอแนะ ตรวจสอบ ดูแลการจัดสวัสดิการ รวมทั้งการบริหารจัดการข้อเสนอแนะและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

คณะกรรมการสวัสดิการจะได้รับการสรรหาและคัดเลือก โดยการเลือกตั้งจากพนักงานในแต่ละพื้นที่สาขา ครอบคลุมพนักงาน ร้อยละ 100 เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนพนักงาน ซึ่งกรรมการสวัสดิการที่ได้รับการเลือกตั้งจะมีวาระดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 2 ปี และจัดประชุมร่วมกับผู้บริหารสาขาและบริษัท อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

ปัจจุบันคณะกรรมการสวัสดิการของบริษัทครอบคลุมรวมทุกพื้นที่สาขา มีจำนวนทั้งหมด 96 คณะ และมีกรรมการสวัสดิการจำนวนรวมทั้งหมด 621 คน โดยคณะกรรมการสวัสดิการในแต่ละพื้นที่สาขาจะดำเนินการจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือ เสนอแนะแนวทางดำเนินการปรับปรุงประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน

ในปี 2568 มีประเด็นข้อเสนอแนะที่ได้รับการอนุมัติดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้

สวัสดิการพนักงาน
520
เรื่อง
สภาพแวดล้อมในการทำงาน
349
เรื่อง
เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน
235
เรื่อง
กิจกรรมพนักงาน
475
เรื่อง

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทฯ มุ่งมั่นให้พนักงานสามารถรักษาสมดุลในการทำงานและชีวิตส่วนตัว สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่าง จึงได้กำหนดให้มีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ช่วยให้พนักงานสามารถปรับตารางการทำงานให้เข้ากับความต้องการส่วนตัว โดยพนักงานสามารถเลือกเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต ตามช่วงเวลาที่บริษัทกำหนด และสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานได้ทุก ๆ 15 วัน โดยมีรายละเอียดช่วงเวลาทำงานแบ่งเป็น 6 ช่วงเวลา ดังนี้ 07.30-16.30 น. 08.30-17.30 น. 08.00-17.00 น. 10.00-19.00 น. 11.00-20.00 น.

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยึดมั่นในการเคารพสิทธิแรงงานของพนักงาน และการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น การจ้างงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุดและสวัสดิการ รวมถึงสถานที่ทำงานที่มีความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดี บริษัทฯ ได้กำหนดสวัสดิการสำหรับพนักงาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

สวัสดิการ สิทธิตามกฎหมาย สิทธิที่บริษัทมอบให้พนักงาน
จำนวนวันลาคลอดเลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงานหญิง 120 วัน 120 วัน
วันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร กรณีบุตรมีอาการเจ็บป่วย (สำหรับพนักงานหญิง) ไม่เกิน 15 วัน ไม่เกิน 15 วัน
วันลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร (สำหรับพนักงานชาย) ไม่เกิน 15 วัน ไม่เกิน 15 วัน
วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน 14 วัน
วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วัน 6 - 15 วัน
วันลากิจ 3 วัน 12 วัน

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้จัดสรรสวัสดิการที่หลากหลายให้กับพนักงาน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัท เช่น สวัสดิการเงินกู้ พื้นที่คลายเครียด มุมให้นมบุตร เป็นต้น ตลอดจนสวัสดิการด้านความมั่นคงของชีวิต เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต เงินช่วยเหลือกรณีประสบภัย

การดำเนินการด้านความยั่งยืน